แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความด้านเหตุการณ์กิจกรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความด้านเหตุการณ์กิจกรรม แสดงบทความทั้งหมด

เชือกเส้นแรก


 เชือกเส้นแรก

         .........วันนึง...ขณะนั่งมองเรือที่ถูกผูกโยงจอดเรียงรายอยู่ท่าน้ำ ต่างโยกคลอนไปตามแรงคลื่นที่กระทบเข้ามาเสียดสีกันดังอี้ดอ๊าด ปลายเชือกที่ผูกโยงด้วยเงื่อนปมที่ผมก็ไม่เข้าใจแต่รู้เพียงว่าแม้คลื่นจะแรงสักเพียงใดเรือเหล่านั้นก็ไม้อาจหลุดพ้นพันธนาการไปได้แต่  กลับดูเหมือนจะถูกรัดตรึงให้แน่นหนา  มากกว่าเดิม.....ก็แค่เชือกเส้นเล็กๆที่ควั่นขอดกลายเป็นสายโยขนาดพอเหมาะทำไมมันจึงสามารถเหนี่ยวรั้งอะไรไว้ได้
                      การเข้าใจตัวเองเกิดขึ้นได้ทั้งจาก การเข้าสู่กระบวนการเพื่อให้ผู้รู้ชี้นำว่าตัวเราเป็นอะไรอันนี้เรียกวิเคราะห์พฤติกรรม หรือ "รูปแบบความน่าจะเป็น" กับอีกแบบ คือการเข้าใจและตีความสิ่งที่อยู่ข้างหน้าจากการทำซ้ำๆเพื่อไปสู่แนวคิดของตนเองอย่างอิสระด้วยภูมิหลัง ประสบการณ์ และทักษะชีวิต เช่นเดียวกับผู้นำจิตวิญญาน และ นักวิทยาศาสตร์ของโลก พวกเค้าจะถูกปฏิเสธในก้าวแรกเสมอ ผมเรียก "การหยั่งรู้"
                (สหัสชญาณ : intuition  คือ การหยั่งรู้ การเข้าใจ การมองเห็นความสัมพันธ์อันเป็นความรู้ใหม่ และสามารถใช้ความรู้เดิมมาให้เหตุผลสิ่งที่เป็นความรู้ใหม่ได้ โดยยังไม่เคยได้รับการบอกเล่าเหตุผลนั้นจากใครมาก่อน)
                  วันที่ผมหยิบเชือกเส้นแรกขึ้นมาแล้วถักร้อยไปมาตามรูปแบบเมื่อ2ปีก่อนเพียงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่มือหลังจากประสบอุบัติเหตุตามคำแนะนำของหมอกายภาพ...ผมเกิดความคิดว่าสิ่งนี้อาจซ่อนงำหลักการของความสัมพันธ์บางอย่างที่เราลืมสังเกต..อาจเป็นของขวัญจากใครสักคนที่ส่งมาถูกที่ถูกเวลา....ผมจึงเริ่มเดินหน้าค้นหา
 ..........มนุษย์เรารู้จักการผูกโยงยึดตรึงสิ่งของไว้ด้วยเชือกมาแต่โบราณ ด้วยคุณสมบัติที่อ่อนโอนยืดหยุ่นกลายเป็นจุดแข็งที่สมบูรณ์แบบ เชือกอยู่กับชีวิตประจำวันจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อ พิธีกรรม และเครื่องลางในหลายลัทธิ  เชือกเป็นอาวุธที่ซ่อนงำความร้ายกาจหากอยู่ในมือของผู้ฝึกฝน แต่ก็เป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือชีวิต และ เชือกยังกลายเป็นส่วนหนึ่งขอความน่าฉงนของกลมายาที่ต้องหาคำตอบ  และความสวยงามของเครื่องประดับ
........ ด้วยความโอนอ่อนยืดหยุ่นของเชือกสามารถสะท้อนคติความคิดเชิงเปรียบเทียบกับอยู่ร่วมกันในสังคม  เมื่อเติมความคิดในการใช้เชือกให้เป็นประโยชน์ด้วยการผูกเป็น”เงื่อน” ที่มีหลายสิบเงื่อนแล้วแต่ละเงื่อนก็ถูกนำมาใช้ได้แตกต่างกัน   “ถ้าเชือกคือความเท่าเทียมกันของมนุษย์ที่ได้มาแต่กำเนิด  เงื่อนเชือกก็คือคุณสมบัติความสามารถที่ถูกเติมเสริมแต่ง”  เมื่อเชือกธรรมดาๆ1 เส้นถูกผูกด้วยเงื่อนกลายเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า คนเราก็แตกต่างกันด้วยสิ่งที่ใส่ลงไปทั้งความคิดและความสามารถ .........ด้วยหลักคิด 3 ประการของการผูก”เงื่อน” คือ ผู้เร็ว ผูกแน่น และ ปลดเร็ว ทำให้ฉุกคิดได้ว่าทักษะชีวิตก็ไม่ต่างกันมากนัก
         
  การผูกเร็ว   เปรียบกับ  ทักษะในการตัดสินใจหรือการปฏิบัติต่อสิ่งใดที่สามารถทำได้เลยโดยไม่ลังเล    การผูกแน่น   เปรียบกับ  ความเชี่ยวชาญในการทำสิ่งใดให้มีผลความสำเร็จสูง
 การปลดเร็ว   เปรียบกับ  ความคิดในการการวางแผนก่อนกระทำและรู้จักการแก้ไขปัญหา


.......เชือกเส้นเดียว แม้จะเต็มไปด้วยอรรถประโยชน์มากมายเพียงใด แต่เชือกเพียงหนึ่งเส้นก็มีข้อจำกัดของตนเองเสมอ เชือกมีความยาวเท่าที่ปลายข้างหนึ่งจะถูกแยกออกจากปลายอีกข้าง แต่อย่างไรเชือกเป็นสิ่งที่ยอมรับการเชื่อมต่อปลายแต่ละด้านได้ด้วยเชือกอีกเส้นแม้เชือกเส้นนั้นจะแตกต่างกันด้วยขนาดสักเพียงใดอยู่ที่รูปแบบของการผูกรัด ......หัวใจคนก็เช่นกัน




.







เชือกหลายเส้นรวมเป็นพลัง

     
         การเดินทางไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสัมมนาที่จังหวัดตราดในครั้งนั้นแตกต่างออกไปเมื่อผมได้รับหน้าที่ให้จัดหากิจกรรมเพื่อให้ผู้ร่วมสัมมนาได้มีโอกาสทำร่วมกันเกิดภาพของความร่วมมือกันตามเจตนารมณ์ของผู้นำองค์กร
        ทั้งๆที่รู้ว่ามันอาจต้องใช้เวลาในการเตรียมการ ไหนจะจัดหาอุปกรณ์ แต่ผมไม่ปฏิเสธเพราะถือเป็นโอกาสทองของการได้นำแนวคิดเชิงตรรกด้วยเชือกมาเพื่อให้ทุกคนได้คิดร่วมกันภายใต้คอนเซป “แตกต่างอย่างมีเป้าหมาย” และพูดหยอกล้อกับเพื่อนพ้องผู้ร่วมกิจกรรมว่า “ไม่สนุกแต่ฉลาด” โดยเปิดแนวคิดแรกว่า เราจะไม่สรุปอะไรทั้งนั้นจากกิจกรรมที่ทำในแบบคำพูด “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....”แต่เราเชื่อว่าบริบทของชีวิตในแต่ละคนจะตีความสิ่งที่ทำในวันนี้ได้แตกต่างกัน...ซึ่งล้วนจะนำไปสู่แง่คิดเชิงบวกของสัมพันธภาพองค์กร
       เริ่มที่เชือกซึ่งทุกคนได้รับไปล้วนแตกต่าง แล้วนำไปสู่การเชื่อมต่อเพื่อเกื้อหนุนกันไปสู่ภารกิจสุดท้ายที่ทุกคนจะได้ร่วมกันออกแบบความคิดของการนำลูกบอลไปสู่เป้าหมายโดยมีเชือกที่มาจากทุกคนยึดโยงไว้....ผมเห้นความลุ่มลึกของความคิดหลายกลุ่ม
      ผมได้เห็นแรงกดดันที่ทำให้ทุกคนหันหน้าเข้าปรึกษาหารือกันด้วยรู้ว่ามันคือความรับผิดชอบร่วมกันของชะตากรรมที่ได้มาอยู่ในกลุ่ม  ผมได้ใช้เทคนิควิธีในการสร้างผู้นำนอกรูปแบบขึ้น โดยเป็นคนที่ผมได้สอนการผูกเงื่อนเชือกไว้ล่วงหน้าเพื่อเป็นตัวแทนอาสาในการถ่ายทอดความรู้ผมเรียกพวกเขาว่า”ผู้หยั่งรู้” เมื่อกิจกรรมเริ่มขึ้นเราเพียงสร้างแรงกดดันให้ทุกคนที่ต้องเรียนรู้การผูกเงื่อนเชือกในเวลาจำกัดจากวิทยากรที่สอนเพียงครั้งเดียว  มันได้ก่อปฏิกริยาสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถทำตามได้ แต่เมื่อเราเฉลยว่าในกลุ่มเรามีผู้หยั่งรู้ ทุกคนต่างมองหาแล้วยอมรับที่จะเรียนรู้กับพวกเขา  มันก็เหมือนกับการที่หน่วยงานได้รับโจทย์ยากของการทำงานที่สั่งลงมา มันไม่ใช่เวลาที่จะตั้งคำถามแต่มันเป็นเวลาที่ต้องมองหาทางออกร่วมกันซึ่งแน่นอนว่าอาจมีคนที่มองเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ก่อนใครทั้งที่เขาอาจไม่ใช่คนหัวแถวเลยก็ได้
    ความอิ่มเอมใจกลับมาเกาะกุมความรู้สึกของผมเมื่อผู้นำองค์กรได้ขึ้นเวทีเพื่อสรุปประเด็นความคิดจากการสัมมนา  กิจกรรมเงื่อนเชือกความคิดของผมเป็น1ในประเด้นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อคิดว่า “ผมได้เข้าใจแล้วว่าหน่วยงานเรามีความแตกต่างเหมือนเชือกทั้ง 29 เส้นแต่เมือเอามารวมกันมันสามารถสร้างพลังความสำเร็จได้” ข้อสรุปนี้ เพื่อให้ทุกคนได้มองเห็นโอกาสของการก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกัน
    ค่ำคืนนั้นทุกคนถือเชือกติดมือมาที่งานเลี้ยงโดยได้ถักเป็นเงื่อน SNAKE BONE เพื่อมารับรางวัล เป็นความคิดของผมเองที่อยากให้ทุกคนได้มีเวลาอยู่กับจิตใจของตนเองที่จะอดทนทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง มันอาจเริ่มจากสิ่งเล็กๆเช่นการถักเชือก ให้หัวใจได้มีเวลาไตร่ตรองเพื่อเปิดกกว้างยอมรับสิ่งที่ไม่เคยลองแต่นำไปสู่ความเข้าใจในตนเองหลังการจดจ่อต่อสิ่งใดสักสิ่ง มันอาจคล้ายกับคำว่า “สมาธิ”...มันอาจไม่ใช่ทุกคนที่เข้าถึงได้หรอกอันนี้ผมเข้าใจดี แต่อาจมีสัก 1 คนที่แว๊บความรู้สึกต่อสิ่งนี้ขึ้นมาตอนที่หยิบเชือกเก่าๆที่ผ่านการถักร้อยด้วยมือเราเองขึ้นมาดูรายละเอียดที่วนไปมาของเงื่อนแล้วก่อตัวเป็นผลงาน...ผมก็ถือทุกคนเป็นครูที่มาเติมเต็มความคิดของผมเช่นกัน งานครั้งนี้บรรลุเป้าหมายในใจของการเดินทางแล้ว....ขอบคุณทุกคน



                        

เชือกที่เปลี่ยนขนาดได้



.....เชือกที่สั้นอย่างเดียวดาย แต่กลายเป็นพลังของกลุ่ม
.....ด้วยความคิดที่ว่า”คนย่อมมีความแตกต่าง” แต่ความแตกต่างสามารถสร้างพลังที่เหลือล้นได้
....ผมเพียงให้ทุกคนได้แทนตัวเองด้วยเชือกเพียงเส้นเดียวที่อยู่ในมือแล้วบอกถึงสิ่งที่เป็นตัวตนของเรา บางคนอาจมีสีสรรที่สดใส บางคนอาจมีเส้นที่ใหญ่โตน่าเกรงขาม บางคนเป็นเหมือนเชือกเก่าๆที่ดูไร้เสน่ห์ แต่สิ่งเหมือนกันคือเราเป็นเพียงเชือกเส้นเดียว เราอาจภูมิใจในความเป็นตัวตนหรือทดท้อกับโชคชะตาที่ได้มาแต่แรก
...เมื่อเวลาที่เราต้องก้าวออกมาสู่โลกความเป็นจริง  สิ่งแวดล้อมทำให้เราต้องพาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนรอบข้างทั้งที่อาจต้องเดินร่วมทางหรือสวนทางมาในชีวิต เมื่อบอกให้ทุกคนเอาเชือกของตัวเองไปวัดขนาดความยาวกับคนรอบข้างเป็นเวลาที่เราได้รู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น  บางคนได้รับชัยชนะ บางคนพ่ายแพ้...เชือกในมือของตัวเองยาวไม่พียงพอที่จะคว้าชัยของชีวิตมาได้
...ครั้งต่อไปเมื่อเราต้องเดินทางร่วมกันโดยมีความสำเร็จขององค์กรเป็นเป้าหมาย  ผมจึงให้ทุกคนได้แบ่งกลุ่มและนำเชือกเชือกในมือไปผูกต่อกันเป็นเส้นเดียว....ก่อนนำมาวัดขนาดกันอีกครั้ง
...คนที่เคยพ่ายแพ้หลายคนกลับประสบความสำเร็จในกลุ่มที่มีเชือกยาวที่สุด ในขณะที่อีกหลายคนเคยมีชัยเมื่อแรกเริ่มกลับไปอยู่ในกลุ่มที่มีเชือกสั้นที่สุด....อาจเป็นเรื่องของโชคชะตา ที่ตัวเราต้องไปอยุ่ในองค์กรที่ไม่สามารถใช้ความแตกต่างขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายได้  แล้วเป็นเรื่องของโอกาสที่คนบางคนไม่เคยได้รับเมื่ออยู่เพียงลำพังแต่กลับเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในองค์กรที่มีทางทอดยาวราวเส้นเชือกนำพาเราไปสู่อนาคตที่ดีได้
...ผมได้สะท้อนความคิดของความไม่ประมาท รู้ประมาณตน ไปพร้อมกับกำลังใจที่จะเดินหน้าสร้างโอกาสให้ตนเอง โดยไม่ย่อท้อกับโชคชะตาและสิ่งที่ได้รับมาของชีวิต  และบอกให้ทุกคนได้รู้ว่าเชือกเส้นเดียวไม่มีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีเงื่อนที่ดีพอจะไปยึดโยงกับผู้อื่นดุจสัมพันธภาพและมนุษยสัมพันธ์เพราะมันคือกุญแจไขหัวใจของคนรอบข้างที่จะเชื้อเชิญคุณให้เดินเข้าไป...เชือกเส้นนี้จะเป็นตัวแทนของความเข้าใจตัวตนของตนเองคุณไม่รู้หรอกว่าคุณสำคัญแค่ไหนจนกว่าสิ่งที่คุณเป็นจะบอกคุณเอง....สักวันหนึ่ง















                                           (สัมมนาบุคลากรกองสื่อสารองค์กร  มิย 59)

ผูกเชือกที่ปากช่อง

   

         ผมตอบรับทันทีที่ได้รับการติดต่อจากเพื่อนปิติ วิศวกรที่ผันชีวิตมาทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เพื่อให้ผมไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะให้กับสมาชิกพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งใน ซึ่งเดินทางมาเพื่อการสัมมนาที่ อ.ปากช่อง  ผมรู้ทันทีว่านั่นคือโอกาสที่ผมจะได้เริ่มทดลองกิจกรรมส่งเสริมความคิดโดยใช้เงื่อนเชือกเป็นเครื่องมือ  ตามหลักการที่ผมได้ออกแบบไว้ภายใต้ชื่อ “เทคนิคแคมป์” โดย อีเกิ้ลแคมป์โคราช สถานที่ในวันนั้นคือ ไร่ 3 พ. สวนกล้วยสลับพืชพนานาพรรณของอาจารย์ณรงค์ ที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำลำตะคอง ซึ่งสามารถรองรับการพักแรมของผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 30 คนที่มาในวันนั้นได้อย่างสบาย
        ผมเริ่มที่จะให้ทุกคนรู้จักการใช้เงื่อนเชือกเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว การผูกเต็นท์  การผูกฟลายชีท ผูกเสารั้งสมอบก และจบลงด้วยเงื่อน snake bone เพื่อทำพวงกุญแจหรือปรับเป็นเชือกหัวซิปของกระเป๋าเป้แบบมีสไตล์ด้วยผลงานฝีมือของตัวเอง
     ระหว่างการผูกรั้งเงื่อนเชือกแต่ละชนิดผมได้สอดแทรกแนวคิดเชิงตรรกให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งแนวคิดของเชือกที่ต้องมีเงื่อนปมเพื่อให้เกิดประโยชน์เสมือนคนที่มีศักยภาพในการทำงานย่อมเป็นสิ่งที่องค์กรปรารถนาหรือแนวคิดจากเชือกเส้นใหญ่ที่ถูกถักทอขึ้นจากเชือกเส้นเล็กเพื่อสอนถึงพลังความร่วมมือ  สอนการผูกรั้งปลายเต็นท์กับสมอบกที่สามารถปรับยืดหดได้เสมือนการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบข้างเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ  เชือกที่ปลดรั้งได้เร็วคือการวางแผนอย่างมีขั้นตอน
    แม้ชีวิตของคนเมืองเช่นพวกเขาอาจแทบไม่ได้ใช้เงื่อนเชือกอะไรนักในชีวิตประจำวันแต่ เราได้เห็นความตั้งใจของทุกคนที่อยากเรียนรู้ และแสดงออกถึงการตอบสนองต่อแนวคิดอันเป็นสัจจะในขณะที่มือก็ถักทอร้อยรัดเชือกให้เป็นเงื่อนปมตามที่วิทยากรได้แสดงให้เห็น  บางคนหันหน้าเข้าหากันแลกเปลี่ยนและให้ความช่วยเหลือกัน มันคือภาพความสำเร็จเบื้องต้นอันเป็นแสงส่องใจไปสู่ความสำเร็จที่ใหญ่กว่าคือพลังความร่วมมืออันมาจากคนที่เข้าใจชีวิต
 
      จากเชือกเส้นเดียวในมือกลายเป็นของขวัญที่ทุกคนถือกลับไปเป็นพวงกุญแจเชือกเล็กๆที่ทำขึ้นเอง....และหัวใจที่ถูกแต้มเติมความคิดตลอดกิจกรรม  แม้สิ่งเล็กๆนี้ไม่อาจเปลี่ยนทัศนคติใดๆที่ถูกหล่อหลอมฝังแน่นในตัวตนมาตลอดชีวิตก็จริงอยู่...แต่อย่างน้อยมันอาจเป็นส่วนผสมเล็กๆในความคิดของพวกเค้า...ในยามที่หยิบเชือกเส้นนนี้ขึ้นมาดูอีกสักครั้ง....แค่นี้ผมก็สุขใจ

                                  #######





(10 มค. 58 บรรยายเทคนิคแคมป์  ที่ ไร่ 3 พ. อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จัดโดย โคราชคายัคคลับ)

ความไว้วางใจที่ปลายเชือก




       แม้เราจะรู้สึกว่ารอบกายเต็มไปด้วยการแก่งแข่งแข่งขันจนดูว่าโลกนี้ช่างน่าระแวงไปเสียสิ้น  แต่เชื่อเลยว่าคุณต้องมีความเชื่อใจต่อใครสักคนจนอาจเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเราเองได้โดยไม่รู้ตัว สิ่งนี้อาจมาจากเชื่อมั่นในแนวทาง ความคิด หรือแม้การปฏิบัติที่บอกถึงความเชี่ยวชาญ แต่เหนืออื่นใดมันคือ “ความไว้วางใจที่มาจากมิตรภาพ”
       วันแรกที่ก้าวเข้าสู่การฝึกภาคปฏิบัติมันคือวันเดียวกับการที่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิควิธีขั้นสูงอย่างหนึ่งของหน่วยงานหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “ราชพิทักษ์” นั่นคือการโรยตัวจากที่สูงด้วยเทคนิคอุปกรณ์พื้นฐานจากเชือกเพียงเส้นเดียวที่ถูกร้อยรัดเป็นเงื่อนปมแทนอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่นๆที่มีใช้กัน หัวหน้าทีมซึ่งเป็นน้องที่มีความเคารพนับถือกันของผมซึ่งเราต่างเรียกกันและกันด้วยคำนำหน้าว่า”ครู “ เขาได้บอกว่ามันคือการเรียนรู้การผูกเงื่อนเพื่อการช่วยชีวิตผู้อื่นและตนเองในสภาวะคับขันที่อาจไม่มีทางเลือก แต่ผมกลับรู้สึกว่าการปฏิบัติเช่นนี้มันมันมีคุณค่ามากกว่าความรู้ทางยุทธวิธีแต่มันคือการเรียนรู้ที่จะไว้วางใจต่อใครสักคนด้วยเดิมพันที่สูง ระหว่างที่ครูทำการผูกรัดเชือกรั้งตัว   ผมไม่วายที่จะถามตัวเองว่าสิ่งที่มาเรียนรู้จะได้ประโยชน์อะไรเพราะงานในหน้าที่ของผมมันใช้เวลาอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์มากกว่าการออกมาเพื่อปฏิบัติการด้านความปลอดภัยและการอารักขาบุคคลเช่นเดียวกับพวกเขา..แล้วคนที่ไม่ได้ฝึกฝนพื้นฐานใดๆมาก่อนอย่างผมจะผ่านภารกิจนี้ได้หรือ....ซึ่งผมกลับได้คำตอบด้วยตัวเองเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นคือหัวใจที่ มีความเชื่อมั่นและให้เกียรติต่อผู้อื่นเสมอเหมือนเกียรติที่ตนเองมี  ยอมรับในความเชี่ยวชาญของผู้อื่น เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ให้ต่อไป
        การฝึกโรยตัวจากที่สูง ของเหล่าครูฝึกราชพิทักษ์ เป็นหลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมในการอารักขาบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้รับความไว้วางใจและสะท้อนผลจากหน่วยงานหลักว่ามีสมรรถนะที่พร้อมยิ่งในการปฏิบัติงานทุกวันนี้การผูกเงื่อนเชือกเพื่อการโรยตัวยังมีใช้กันในการฝึกเพื่อการเรียนรู้ แต่ก็ลดความนิยมลงจากการที่มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใหม่เข้ามาทดแทน เพราะหลายคนมองว่าเป็นเทคนิควิธีที่ล้าสมัย ขาดมาตรฐาน
       จะอย่างไรก็ตาม “เชือกเส้นเดียว”ที่ร้อยรัดรอบกายเพื่อการโรยตัวได้ผูกมัดมิตรภาพให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น มีภาระกิจบางอย่างที่เราไม่อาจทำด้วยตัวเองเพียงลำพังจนสำเร็จได้แต่เราสามารถที่จะแลกความไว้วางใจจากคนรอบข้างได้ ในทางกลับกันหากเราคือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจต้องปลูกความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้เชือกธรรมดาๆสักเส้นกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังทางความคิดให้จงได้

อุดมชัย
(ขอบคุณ บดินทร์ธร กุตัน สำนักงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร มข.)