อาวุธคือจิตใจ


ไม่มีอาวุธใดน่ากลัวเท่าจิตใจมนุษย์ 

 แม้เชือกเส้นเดียวที่อยู่ในมือของคนที่ขาดสติย่อมอันตรายนัก

(วิทยากรหลักสูตรอบรมหน่วยอารักขาบุคคลสำคัญมหาวิทยาลัยขอนแก่น)
พ.ศ. 2557

เชือกที่พันกัน


     
          ทุกคนมีปัญหาของชีวิตกันทั้งนั้นหนักบ้างเบาบ้างประเดประดังมาให้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของจิตใจ ถ้าเอาชนะไม่ได้หาทางออกไม่เจอบางทีก็ต้องพยายามที่จะอยู่กับปัญหาแบบกัลยาณมิตร แล้วใช้ปัญหาเป็นเครื่องเตือนสติที่จะไม่ให้มันเกิดซ้ำๆ หรือรอเวลาอย่างใจเย็นค่อยๆคลี่คลายอย่างมีสติ
          ไม่แปลกที่เราจะรู้สึกว่าบางแห่งทำให้เรารู้สึกอึดอัด หรือใครบางคนทำให้เราอยากระเบิดอารมณ์ใส่ ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าปัญหาของความรู้สึกลึกๆเหล่านั้นมากจากคนอื่นหรือหัวใจของเราที่ไม่เปิดกว้างกันแน่
          วันที่ผมหยิบเชือกที่พันกันยุ่งเหยิงออกมาจากถุงผ้ามันทำให้ผมรู้สึกถึงปัญหาใหญ่ที่คงทำให้ผมต้องเสียเวลาสะสางอยู่นานแน่ๆ บางทีก็หัวเสียและรู้สึกโมโหตัวเองที่ขาดระเบียบปล่อยปละละเลยให้เชือกพันกันติดแน่น โดยไม่จริงจังที่จะหยิบมาคลี่คลายสักครั้ง  แล้วถ้าเราจะเริ่มกับสิ่งที่เราได้ทำผิดพลาดไว้มันก็ดูยากขึ้นและคงต้องใช้เวลานาน
         ปลายของเชือกที่มีแค่ 2ด้านจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไขเสมอๆ เวลามีปัญหาอะไรเรามักหมกมุ่นมองไปเพียงด้านใดด้านนึงเพื่อหาทางออกโดยมักลืมมองอีกมุมเสมอๆอาจด้วทิฐิ หรือ การไม่ยอมลดศักดิ์ศรีตัวตน จึงดึงดันไปในทางที่ตนมีความเชื่อหรือ มีอคติปะปนต่อคนที่เรารู้สึกว่าเป็นต้นตอของปัญหา
    ช่วงที่ต้องอดทนที่สุดคือการที่พยายามสอดปลายเชือกกลับไปกลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อหาทางออก มันไม่ได้ยากเกินแต่มันต้องใช้มานะและความเชื่อมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย จนวันที่เชือกทั้งกลุ่มถูกมัดขมวดปมไว้อย่างเป็นระเบียบนั่นแหระเราจึงรู้ตัวเราเองว่าเราผ่านช่วงที่ยากที่สุดของชีวิตมาแล้ว....จากวันนี้ไปเราพร้อมจะเดินหน้าและไม่ละเลยกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอีกเลย



เชือกที่อ่อนแอ



              ในยามที่เราต้องมาทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่มีเป้าหมายร่วมกัน จะเป็นเวลาที่เราได้เห็นถึงระดับความสามารถของตนเองและผู้อื่นที่แสดงออกมา ขณะเดียวกันเราจะได้เห็นสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับทีม เช่นความเป็นผู้นำ  การเสียสละ การช่วยเหลือเกิ้อกูล และความทุ่มเทเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หากทุกคนร่วมแรงร่วมใจเสมือนเชือกที่ถูกดึงรั้งให้ทุกกระเบียดนิ้วตรึงแน่นเป็นเส้นตรงส่งพลังไปสู่การดึงรั้งที่เป็นเอกภาพเราจะได้เห็นการเคลื่อนไปข้างหน้าขององค์กร  
           หลายปีที่ผ่านมาของชีวิตคนทำงานในองค์กรได้เจอคนหลากหลาย แตกต่างกันทั้งความคิด และรูปแบบของชีวิต ที่ต้องมาร่วมเดินทางจนบางครั้งผมรู้สึกเหมือนเราคงเคยมีอดีตชาติที่เคยทำบุญร่วมกัน หรือไม่ก็เคยสร้างกรรมร่วมกันมาก่อนจึงได้ต้องได้มาเจอะเจอ ผมเจอทั้งคนร่วมงานที่เข้มแข็งอุทิศชีวิตให้กับงาน ทั้งคนที่ย่อหย่อนจนน่าเอือมระอา ที่หนักสุดคือ เจอคนที่มีการแสดงออกแปลกแยก หมดสิ้นความสามรารถในการขับเคลื่อนองค์กร จนเพื่อนร่วมงานต่างสงสัยในพฤติกรรมบ้างก็เอามาล้อเลียนเป็นเรื่องตลกขบขัน บางคนถึงขั้นหวาดระแวง ดูแล้วเหมือนเชือกที่ไม่น่าจะใช้งานต่อไปได้จนทำให้เพื่อนร่วมงานต้องเข้ามาประคับประคอง ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครเต็มใจนักหรอกที่จะต้องแบกภาระงานของคนๆนั้นในขณะที่ทุกคนก็มีงานของตนเองล้นมือ การช่วยเหลือย่อมทำให้เชือกที่มีขนาดยาวหนึ่งต้องใช้ความยาวนั้นมาประคับประคองส่วนที่เสียหาย....ผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินหรอกว่าเราควรตัดส่วนที่เสียแล้วผูกปมปล่อยเชือกให้ยาวออกไปตามธรรมชาติ หรือ รัดรั้งต่อไปไม่สิ้นสุด
       เชือกหนี่งเส้น หากส่วนหนึ่งส่วนใดของเชือกย่อหย่อนขาดวิ่นไม่ใส่ใจในความรับผิดชอบ ย่อมเป็นธรรมดาที่เราต้องทดแทนส่วนที่ขาดแหว่ง และใช้กำลังที่เหลือเข้ามาเสริมทัพให้ความแข็งแกร่งของเชือกนั้นยังคงเดิม แต่แน่นอนว่าการเข้ามาแก้ไขทดแทนส่วนที่อ่อนล้าย่อมทำให้ส่วนอื่นมีผลกระทบ เชือกที่เคยยาวก็กลับต้องหดสั้นลง และมีโอกาสที่จะไปไม่ถึงเป้าหมายที่อยู่อีกฟาก
       เงื่อนผูกร่น หรือ เงือนทบเชือก (Sheepshank) เป็นวิธีการผุกเงื่อนเพื่อเสริมทดแทนส่วนที่ชำรุดขาดแหว่ง เพื่อให้เชือกทั้งเส้นยังคงมีความทนทานและพร้อมใช้งาน ขณะเดียวกันก็จะทำให้เชือกมีขนาดที่สั้นลงจากการผูกเงื่อนเช่นนี้

ผูกเชือกที่ปากช่อง

   

         ผมตอบรับทันทีที่ได้รับการติดต่อจากเพื่อนปิติ วิศวกรที่ผันชีวิตมาทำกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  เพื่อให้ผมไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะให้กับสมาชิกพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งใน ซึ่งเดินทางมาเพื่อการสัมมนาที่ อ.ปากช่อง  ผมรู้ทันทีว่านั่นคือโอกาสที่ผมจะได้เริ่มทดลองกิจกรรมส่งเสริมความคิดโดยใช้เงื่อนเชือกเป็นเครื่องมือ  ตามหลักการที่ผมได้ออกแบบไว้ภายใต้ชื่อ “เทคนิคแคมป์” โดย อีเกิ้ลแคมป์โคราช สถานที่ในวันนั้นคือ ไร่ 3 พ. สวนกล้วยสลับพืชพนานาพรรณของอาจารย์ณรงค์ ที่ตั้งอยู่ริมลำน้ำลำตะคอง ซึ่งสามารถรองรับการพักแรมของผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 30 คนที่มาในวันนั้นได้อย่างสบาย
        ผมเริ่มที่จะให้ทุกคนรู้จักการใช้เงื่อนเชือกเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆที่เกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยว การผูกเต็นท์  การผูกฟลายชีท ผูกเสารั้งสมอบก และจบลงด้วยเงื่อน snake bone เพื่อทำพวงกุญแจหรือปรับเป็นเชือกหัวซิปของกระเป๋าเป้แบบมีสไตล์ด้วยผลงานฝีมือของตัวเอง
     ระหว่างการผูกรั้งเงื่อนเชือกแต่ละชนิดผมได้สอดแทรกแนวคิดเชิงตรรกให้กับผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ทั้งแนวคิดของเชือกที่ต้องมีเงื่อนปมเพื่อให้เกิดประโยชน์เสมือนคนที่มีศักยภาพในการทำงานย่อมเป็นสิ่งที่องค์กรปรารถนาหรือแนวคิดจากเชือกเส้นใหญ่ที่ถูกถักทอขึ้นจากเชือกเส้นเล็กเพื่อสอนถึงพลังความร่วมมือ  สอนการผูกรั้งปลายเต็นท์กับสมอบกที่สามารถปรับยืดหดได้เสมือนการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมและผู้คนรอบข้างเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ  เชือกที่ปลดรั้งได้เร็วคือการวางแผนอย่างมีขั้นตอน
    แม้ชีวิตของคนเมืองเช่นพวกเขาอาจแทบไม่ได้ใช้เงื่อนเชือกอะไรนักในชีวิตประจำวันแต่ เราได้เห็นความตั้งใจของทุกคนที่อยากเรียนรู้ และแสดงออกถึงการตอบสนองต่อแนวคิดอันเป็นสัจจะในขณะที่มือก็ถักทอร้อยรัดเชือกให้เป็นเงื่อนปมตามที่วิทยากรได้แสดงให้เห็น  บางคนหันหน้าเข้าหากันแลกเปลี่ยนและให้ความช่วยเหลือกัน มันคือภาพความสำเร็จเบื้องต้นอันเป็นแสงส่องใจไปสู่ความสำเร็จที่ใหญ่กว่าคือพลังความร่วมมืออันมาจากคนที่เข้าใจชีวิต
 
      จากเชือกเส้นเดียวในมือกลายเป็นของขวัญที่ทุกคนถือกลับไปเป็นพวงกุญแจเชือกเล็กๆที่ทำขึ้นเอง....และหัวใจที่ถูกแต้มเติมความคิดตลอดกิจกรรม  แม้สิ่งเล็กๆนี้ไม่อาจเปลี่ยนทัศนคติใดๆที่ถูกหล่อหลอมฝังแน่นในตัวตนมาตลอดชีวิตก็จริงอยู่...แต่อย่างน้อยมันอาจเป็นส่วนผสมเล็กๆในความคิดของพวกเค้า...ในยามที่หยิบเชือกเส้นนนี้ขึ้นมาดูอีกสักครั้ง....แค่นี้ผมก็สุขใจ

                                  #######





(10 มค. 58 บรรยายเทคนิคแคมป์  ที่ ไร่ 3 พ. อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จัดโดย โคราชคายัคคลับ)

ความไว้วางใจที่ปลายเชือก




       แม้เราจะรู้สึกว่ารอบกายเต็มไปด้วยการแก่งแข่งแข่งขันจนดูว่าโลกนี้ช่างน่าระแวงไปเสียสิ้น  แต่เชื่อเลยว่าคุณต้องมีความเชื่อใจต่อใครสักคนจนอาจเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของเราเองได้โดยไม่รู้ตัว สิ่งนี้อาจมาจากเชื่อมั่นในแนวทาง ความคิด หรือแม้การปฏิบัติที่บอกถึงความเชี่ยวชาญ แต่เหนืออื่นใดมันคือ “ความไว้วางใจที่มาจากมิตรภาพ”
       วันแรกที่ก้าวเข้าสู่การฝึกภาคปฏิบัติมันคือวันเดียวกับการที่ผมได้มีโอกาสเรียนรู้เทคนิควิธีขั้นสูงอย่างหนึ่งของหน่วยงานหนึ่งที่ถูกเรียกว่า “ราชพิทักษ์” นั่นคือการโรยตัวจากที่สูงด้วยเทคนิคอุปกรณ์พื้นฐานจากเชือกเพียงเส้นเดียวที่ถูกร้อยรัดเป็นเงื่อนปมแทนอุปกรณ์ความปลอดภัยอื่นๆที่มีใช้กัน หัวหน้าทีมซึ่งเป็นน้องที่มีความเคารพนับถือกันของผมซึ่งเราต่างเรียกกันและกันด้วยคำนำหน้าว่า”ครู “ เขาได้บอกว่ามันคือการเรียนรู้การผูกเงื่อนเพื่อการช่วยชีวิตผู้อื่นและตนเองในสภาวะคับขันที่อาจไม่มีทางเลือก แต่ผมกลับรู้สึกว่าการปฏิบัติเช่นนี้มันมันมีคุณค่ามากกว่าความรู้ทางยุทธวิธีแต่มันคือการเรียนรู้ที่จะไว้วางใจต่อใครสักคนด้วยเดิมพันที่สูง ระหว่างที่ครูทำการผูกรัดเชือกรั้งตัว   ผมไม่วายที่จะถามตัวเองว่าสิ่งที่มาเรียนรู้จะได้ประโยชน์อะไรเพราะงานในหน้าที่ของผมมันใช้เวลาอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์มากกว่าการออกมาเพื่อปฏิบัติการด้านความปลอดภัยและการอารักขาบุคคลเช่นเดียวกับพวกเขา..แล้วคนที่ไม่ได้ฝึกฝนพื้นฐานใดๆมาก่อนอย่างผมจะผ่านภารกิจนี้ได้หรือ....ซึ่งผมกลับได้คำตอบด้วยตัวเองเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นคือหัวใจที่ มีความเชื่อมั่นและให้เกียรติต่อผู้อื่นเสมอเหมือนเกียรติที่ตนเองมี  ยอมรับในความเชี่ยวชาญของผู้อื่น เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ให้ต่อไป
        การฝึกโรยตัวจากที่สูง ของเหล่าครูฝึกราชพิทักษ์ เป็นหลักสูตรเพื่อเตรียมความพร้อมในการอารักขาบุคคลสำคัญของมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ได้รับความไว้วางใจและสะท้อนผลจากหน่วยงานหลักว่ามีสมรรถนะที่พร้อมยิ่งในการปฏิบัติงานทุกวันนี้การผูกเงื่อนเชือกเพื่อการโรยตัวยังมีใช้กันในการฝึกเพื่อการเรียนรู้ แต่ก็ลดความนิยมลงจากการที่มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยใหม่เข้ามาทดแทน เพราะหลายคนมองว่าเป็นเทคนิควิธีที่ล้าสมัย ขาดมาตรฐาน
       จะอย่างไรก็ตาม “เชือกเส้นเดียว”ที่ร้อยรัดรอบกายเพื่อการโรยตัวได้ผูกมัดมิตรภาพให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น มีภาระกิจบางอย่างที่เราไม่อาจทำด้วยตัวเองเพียงลำพังจนสำเร็จได้แต่เราสามารถที่จะแลกความไว้วางใจจากคนรอบข้างได้ ในทางกลับกันหากเราคือผู้ที่ได้รับความไว้วางใจต้องปลูกความเชื่อมั่นและศรัทธาให้เกิดขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญ เพื่อทำให้เชือกธรรมดาๆสักเส้นกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังทางความคิดให้จงได้

อุดมชัย
(ขอบคุณ บดินทร์ธร กุตัน สำนักงานรักษาความปลอดภัยและการจราจร มข.)
 

เชือกยาวไม่เท่ากัน

                           
                               มีคนบอกว่าของทุกสิ่งจะเป็นสิ่งเดียวในโลก.....อันนี้ท่าจะจริง
                        แม้สิ่งนั้นจะจงใจทำให้เหมือนเช่นไรเราก็หาความแตกต่างเจอเสมอๆ
       ผมลองพิจาณาเชือกหลายเส้นที่อยู่ในมือแล้วพบว่ามันมีความแตกต่างกัน ทั้งสีสรร รายละเอียด ที่เห็นได้ชัดคือขนาดของขนาดความยาว แม้เราจะประจงตัดให้เท่ากันแล้วก็ยังพบความแตกต่างอื่นๆอยู่ดี
      มนุษย์อาจมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ได้มาเหมือนๆกัน ยิ่งเป็นฝาแฝดด้วยแล้วยิ่งมีความคล้ายคลึงกันมากแต่เชื่อได้เลยว่าไม่ทุกสิ่งที่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในซึ่งจะปรากฏออกมาเช่น ความรู้สึก ทัศนคติ แม้แต่ความสามารถพิเศษ ย่อมมีความแตกต่าง  สิ่งที่แตกต่างเหล่านี้หล่อหลอมและฝึกฝนได้
       เงื่อนปมที่ปรากฏบนสายเชือกเป็นส่วนหนึ่งของอัตตลักษณ์ของความแตกต่างที่ถูกสร้างขึ้น  ทัศนคติและความเชื่อของคนก็ต้องผ่านกระบวนการหล่อหลอม การจะสร้างความยอมรับในสิ่งใดหรือต่อคนๆไหนไม่สามารถทำได้เพียงการบอกเล่าเพราะความแตกต่างทางความคิดจะตีความสิ่งที่เห็นตามบริบทแห่งชีวิตที่เป็นพื้นฐาน
     หากมองความแตกต่างนี้ต่อการดำเนินชีวิตจะเป็นได้ทั้งอุปสรรค และ โอกาส เพราะความแตกต่างที่ไม่สามารถบริหารจัดการได้จะนำมาซึ่งการขัดแย้งในหมู่คนหรือแม้แต่องค์กร ผมเองได้อยู่ในองค์กรที่เต็มไปด้วยคนทำงานที่แตกต่างกันของวัย จะพบความไม่เข้าใจกันในด้านความคิดอยู่เป็นระยะต่างคนต่างมองไปอีกด้านมากกว่าที่จะมองกลับมาที่ตัวเองซึ่งมันยากกว่า แต่ก็พบโอกาสเล็กๆเช่นกันในบางคนที่เริ่มเข้าใจและยอมรับกันและกันแม้จะต่างกันในเรื่องเพศวัย อาจเพราะพวกเขาเริ่มค้นพบว่าการที่เราต้องอยู่ร่วมกันต้องพึ่งพากันที่จะขับเคลื่อนความสำเร็จได้ง่ายกว่า ซึ่งแน่นอนว่าความสำเร็จนั้นก็จะเป็นการปูทางสู่อนาคตและเงินเดือนที่ดีสูงขึ้น หากมัวแต่ขัดแย้งอาจไม่มีใครไปถึงเป้าหมายได้แม้สักคน
   ความแตกต่างจะเป็นโอกาสถ้าเรามีเป้าหมายร่วมและมีระบบจัดการที่ดี เหมือนวงดนตรีขนาดใหญ่ที่ต้องประสานเสียงไปพร้อมๆกัน...โดยมีวาทยากรที่จริงจังและเข้มแข็งยืนอยู่ข้างหน้า



ก่อนจะเป็นเชือกเส้นใหญ่

     ก่อนจะเป็นเชือกเส้นใหญ่


         เมื่อหยิบเชือกขึ้นมาสัก 1 เส้นแล้วลองดูอย่างพินิจ แทบจะไม่เคยพบเลยว่าจะมีเชือกเส้นไหนที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีเนื้อเดียวกัน แต่กลับเจอเชือกเส้นเล็กๆที่อยู่ภายในหรือขวั้นเกลียวร้อยรัดขึ้นรูปเป็นเชือกเส้นใหญ่ แตกต่างกันไปตามลักณะการใช้งาน  เชือกเล็กๆเหล่านี้ คือต้นกำเนินที่สร้างความเหนียวทนให้กับเชือกและเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับเชือกเส้นโตได้มีคุณค่าเช่น ความทนทาน ความยืดหยุ่นตัว หรือแม้แต่สีสันความสวยงาม
        เชือกหนึ่งเส้น หากแทนองค์กรบอกได้ถึงความสำคัญของสมาชิกที่มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่หากแทนบุคคลย่อมหมายถึงการก้าวขึ้นสู่บทบาทที่สูงกว่าย่อมต้องการการสนับสนุนของผู้ที่อยู่ร่วมกัน โดยระลึกไว้ว่าเชือกเส้นเล็กๆเหล่านี้หากขาดการดูแลปล่อยปละละเลยให้ขาดวิ่นทีละเล็กทีละน้อย ความห่างเหินของสัมพันธภาพ ขาดการให้เกียรติกัน นานไปเชือกเส้นใหญ่โตก็ไม่อาจเป็นที่มั่นใจหรือใช้งานได้อีกต่อไป

อุดมชัย